
“เกลียดแม่แล้ว!”
“อยากให้แม่ตาย!”
“ไม่รักแม่แล้ว!”
คำพูดที่ออกมาจากปากลูก อาจสะเทือนไปถึงใจคุณพ่อคุณแม่อย่างรุนแรงทีเดียวค่ะ 

สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรทำในช่วงเวลาเช่นนี้ ไม่ใช่การสนใจที่ “เนื้อหา/ความหมาย” ของคำพูดเหล่านั้น แต่คือการมองลึกลงไปให้เห็นถึง “อารมณ์” ที่ซ่อนอยู่ภายในต่างหากค่ะ
ลูกไม่ได้ต้องการจะทำร้ายหรือหมายความตามที่พูดหรอกนะคะ แต่มันคือการแสดงออกถึงความโกรธหรือความผิดหวัง ซึ่งอารมณ์เชิงลบนี้ มันช่างยิ่งใหญ่อัดอั้นอยู่ภายในใจมากเกินกว่าที่เด็กจะรับมือได้ด้วยตัวเอง (แม้แต่ผู้ใหญ่เราบางคนก็ยังไม่สามารถจัดการกับอารมณ์เชิงลบเหล่านี้ได้เลยค่ะ)
การแสดงออกของเด็ก (หรือผู้ใหญ่หลายๆ คน) ในรูปแบบนี้ เป็นกระบวนการที่นักจิตวิทยาเรียกว่า “Projection” หรือการที่เราโยนความรู้สึกหรือคุณลักษณะที่เราไม่อยากรับรู้ในตัวเองไปที่คนอื่น
ความโกรธที่ลูกโยนออกมาผ่านคำพูดที่รุนแรงนั้นสะท้อนถึงความไม่มั่นคงภายในจิตใจค่ะ ในฐานะพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะมากกว่าเด็ก คุณควรเป็นที่พึ่งทางอารมณ์ที่มั่นคงให้กับลูกเวลาที่ลูกแสดงอารมณ์รุนแรงออกมา การรับฟังอย่างเป็นกลาง แสดงความเข้าใจว่าลูกกำลังรู้สึกอะไรอยู่ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยให้ลูกได้ระบายความรู้สึกออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยที่ไม่รู้สึกว่าถูกตัดสินหรือถูกห้ามแสดงอารมณ์
การสั่งให้ลูกหยุดพูดในขณะที่เขากำลังแสดงความโกรธ ไม่ได้ช่วยให้ความโกรธนั้นหายไป แต่กลับทำให้ลูกเก็บกดอารมณ์เหล่านั้นไว้ภายใน จนวันหนึ่งอาจจะระเบิดออกมาอีกครั้งในรูปแบบที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การให้ลูกได้พูดและได้ระบายสิ่งที่เขารู้สึกออกมา ถือเป็นการช่วยเหลือที่ดีที่สุดในการสร้างความสมดุลทางอารมณ์และเรียนรู้การจัดการกับความรู้สึกของตนเอง
หากคุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือลูกได้อย่างสงบนิ่งมากพอ เส้นทางในสมองของเด็กๆ จะเกิดการเรียนรู้วิธีรับมือกับอารมณ์รุนแรงต่างๆ ได้อย่างสงบและมีสติเช่นกันค่ะ ไว้คราวหน้าครูโบนัสจะมาเล่าถึงการทำงานของสมองที่ “เลียนแบบ” สิ่งที่เราประสบพบเจอในชีวิตกันค่ะ
หากต้องการรับคำปรึกษาด้านจิตวิทยาเด็กหรือมาเรียนรู้วิธีจัดการอารมณ์ไปพร้อมๆ กันกับลูก สามารถติดต่อ Playto Therapy (ครูโบนัส) ได้เลยนะคะ!